วิชาชีพ“แพทย์” ต้องไม่มีปัญหาสุขภาพจิต

จากนั้นสถาบันก็จะแก้ปัญหาด้วยการให้ไปเรียนสาขาอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ และได้รับปริญญาวุฒิการศึกษาไป ประกอบอาชีพอย่างอื่นที่ไม่ใช่การรักษาชีวิตผู้คน หรือ บางทีก็เรียนจบไปเป็นแพทย์แล้วมีปัญหาสุขภาพจิตที่หลังก็เพิกถอนในอนุญาติวิชาชีพเวชกรรมได้ เช่นกัน เพราะไม่ว่าอย่างไร “คนที่เป็นแพทย์” ก็ต้องไม่มีปัญหาสุขภาพจิต ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นอันตรายกับชีวิตผู้คนได้

ช็อค!สังคมไทยไม่น้อย กรณีมีการออกมาเปิดเผยว่ามีคนวางแผนให้สุนัขเสียชีวิตเพื่อเอาเงินประกัน ยิ่งช็อค!ซ้ำเมื่อผู้ที่ถูกกล่าวอ้างถึงเป็นนักศึกษาแพทย์(นศพ.)และช็อค!อีกครั้งเมื่อเป็นนศพ. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สิ่งที่สังคมตั้งคำถามอย่างมาก คือ ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างมีปัญหาทางสุขภาพจิตหรือไม่ และคนที่จะเป็นแพทย์มีกระบวนการตรวจสอบสุขภาพจิตหรือไม่?
ย้อนเส้นทางที่คนหนึ่งคนจะเป็นแพทย์ได้นั้น พบว่า ไม่ใช่แค่คะแนนสอบดีเยี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย อันตรายต่อนิสิตแพทย์เอง อุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
เช่น มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (Psychotic Disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) โรคประสาทรุนแรง (Severe Neurotic Disorders) โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) โดยเฉพาะ Antisocial Personality Disorders หรือ Borderline Personality Disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือ เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth