“ตู้อบ” ช่วยชีวิตทารกแรกเกิด

ผู้หญิงหนึ่งคนยอมละทิ้งทุกอย่าง เพื่อดูแลทะนุถนอมให้ชีวิตน้อยๆ ให้ค่อยๆ สร้างพัฒนาการจนเติบใหญ่ในครรภ์ตลอด 40 สัปดาห์ เพื่อให้ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ครบ 32 ประการ นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในภูมิภาคอาเซียน สาเหตุการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 72 มาจากการคลอดก่อนกำหนด

ซึ่งมักมีภาวะพิการแต่กำเนิดร่วมด้วย ส่วนประเทศไทยในแต่ละปีมีทารกเกิดใหม่ปีละ 700,000 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นทารกเกิดก่อนกำหนดประมาณ 100,000 คน และยังพบภาวะพิการแต่กำเนิดถึง 3% อาทิ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะแขนขาพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม และภาวะน้ำคั่งในสมองแต่กำเนิด เป็นต้น นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งทารกกลุ่มนี้ต้องเข้ารับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดภายในควบคุมอุณหภูมิร่างกายทารกเรียกสั้นๆ ว่า “ตู้อบ”
ในปัจจุบัน สถาบันฯ มีตู้อบเพียง 65 ตู้ ซึ่งใช้งานมากว่า 12 ปี ถึง 25 ตู้ โดยใช้ตู้อบจำนวน 45 ตู้ในใช้ดูแลทารกที่ไม่มีการเจ็บป่วยรุกรามมากนัก และตู้อบอีก 10 ตู้ ในการดูแลทารกภาวะวิกฤตที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย เพราะทารกกลุ่มนี้มักมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ ภาวะปอดไม่สมบูรณ์ ทำให้หยุดหายใจ ภาวะโรคปอดเรื้อรัง ปัญหาลำไส้ การติดเชื้อในกระแสเลือด การมองเห็น การได้ยิน รวมทั้งพัฒนาการโดยรวมและน้ำหนักตัวที่น้อยของทารก เป็นต้น ซึ่งบางรายอาจต้องผ่าตัดหรือช่วยชีวิตทารกอย่างเร่งด่วน
ข้อดีตู้อบสมัยใหม่ เพื่อช่วยเหลือทารกคลอดก่อนกำหนด มีคุณสมบัติดังนี้ มีระบบควบคุมอุณหภูมิทารก ทั้งวิธีใช้ อุณหภูมิกาย (skin mode) หรือใช้อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมในตู้อบ (air mode) มีระบบปรับความชื้น (humidity) ให้เหมาะสมกับน้ำหนักและอายุครรภ์ทารก มีระบบการชั่งน้ำหนักทารก และสามารถเก็บบันทึกเพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายทารก ทั้งนี้เพราะทารกวิกฤตมักจะมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดตามตัวมากมายหลายชนิด การเคลื่อนย้ายทารกอาจทำให้เกิดอันตรายได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth