กรมอนามัยเตรียมบังคับใช้ พ.ร.บ.โค้ดนม

กรมอนามัยเตรียมบังคับใช้ พ.ร.บ.โค้ดนม มีผล 9 ก.ย.นี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กให้เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามที่ประเทศไทย

นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 กันยายน 2560 นี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กให้เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามที่ประเทศไทย ได้ให้การรับรองหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารทดแทนนมแม่ตามมติที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 34 และครั้งที่ 63 ที่ให้แต่ละประเทศปรับปรุงให้เป็นกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้ประชาชนโดยเฉพาะแม่ ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก ผ่านวิธีการส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบธุรกิจ เนื่องจากช่วงวัยทารกและเด็กเล็กเป็นช่วงอายุที่บอบบางและจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้ได้รับอาหารที่ดีและเหมาะสมที่สุด ซึ่งเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 เดือน ควรได้กินนมแม่ อย่างเดียว และหลัง 6 เดือน ให้กินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัย อาหารสำหรับทารก และอาหารเสริมสำหรับทารก ควรจะใช้ในกรณีจำเป็นและใช้อย่างเหมาะสม
นายแพทย์วชิระ กล่าวต่อไปว่า การโฆษณาและส่งเสริมการตลาดของอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก ต้องมีการควบคุมให้เป็นไปในลักษณะที่เหมาะสม ไม่โอ้อวดเกินจริง ไม่ชักจูงให้ประชาชนเกิดการใช้โดยไม่จำเป็น จะผิดกฎหมายตามมาตรา 14 คือ กำหนดห้ามผู้ใดโฆษณาอาหารสำหรับทารก ห้ามผู้ใดโฆษณาอาหารสำหรับเด็กเล็กโดยใช้ข้อความเกี่ยวกับทารก หรือเด็กเล็กในสื่อโฆษณาที่มีลักษณะเชื่อมโยง หรือทำให้เข้าใจว่าเป็นอาหารสำหรับทารก หรือเหมาะสมสำหรับใช้เลี้ยงทารก และมาตรา 25 คือ กำหนดห้ามผู้ใดโฆษณาอาหารเสริมสำหรับทารก ซึ่งคำว่า “โฆษณา” ตามกฎหมายฉบับนี้หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็น หรือทราบข้อความ เพื่อประโยชน์ทางการค้า ด้วยการโพสต์รูปหรือสื่อใด ๆ อันเป็นการโฆษณาอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า ถือว่าเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth